[รีวิว] ศัลยกรรมถุงใต้ตา กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และตาสองชั้นโดย SLC Hospital

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ วันนี้ตาลจะมารีวิวการศัลยกรรมตา ทั้งการผ่าถุงใต้ตา กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และทำตาสองชั้นแบบละเอียดยิบๆๆๆ แต่จะแบ่งพาร์ทให้อ่านกันง่ายๆ นะคะ เผื่อใครไม่ได้อยากรู้รายละเอียดมากจะได้ข้ามไปได้

** รีวิวนี้ไม่มีการสปอนเซอร์ใดๆ จากทางโรงพยาบาลและคลินิก ** 

เป็นการตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังหาข้อมูลหรือรีวิวเพื่อจะไปทำอยู่ค่ะ เพราะตอนตาลตัดสินใจจะไปทำก็มาหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตพอสมควรเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีให้อ่านมากนักโดยจะขอแบ่งการรีวิวออกเป็นส่วนๆ ดังนี้ค่ะ

🔻 เหตุผลที่ตัดสินใจทำศัลยกรรม
🔻 ทำไมถึงเลือก SLC Hospital
🔻 ก่อนการผ่าตัดต้องเตรียมตัวอย่างไร
🔻 ขั้นตอนและวิธีการผ่าตัด
🔻 การดูแลหลังผ่าตัด
🔻 สรุปค่าใช้จ่าย


เหตุผลที่ตัดสินใจไปผ่าตัดตา

ความคิดแรกตอนเดินเข้าไปปรึกษาที่ SLC Clinic สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า คือ เราอยากผ่าตัดถุงใต้ตา เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเสี้ยนหนามชีวิตมานานแล้ว ความคอนซีลเลอร์ใดๆ ก็ไม่สามารถช่วยเรื่องถุงใต้ตาได้ทั้งนั้น ถ้าดูจากรูป วิวสวยมากๆ เลย แต่รูปนี้ไม่ใช่รูปที่เราจะเลือกมาลง Social Media แน่นอน เพราะตาก็ไม่เท่ากันชัดเจนมาก แถมถุงใต้ตาใส่น้ำกินได้เลย 555 นาทีนี้แอปแต่งรูปก็ช่วยอะไรไม่ได้

พี่ที่ดูแลเคสของเราชื่อ พี่แอน ซึ่งพี่แอนก็เคยมีประสบการณ์ศัลยกรรมตามาก่อน พี่แอนบอกว่าเคสของเรามีปัญหาคือ

❗️ ปัญหาถุงใต้ตา ซึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ ทำให้หน้าเราดูแก่ลง
❗️ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เกิดจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันและใช้สายตาเยอะมากๆ ค่ะ ทำให้หน้าเราดูง่วงตลอดเวลาเลยและทำให้ตา 2 ข้างไม่เท่ากัน โดยข้างซ้ายเป็นเยอะกว่าข้างขวา

ตอนแรกไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร และไม่คิดว่าจะเป็นกับตัวเอง มิน่าเวลาถ่ายรูปตาไม่เท่ากัน ช่วงหลังๆ นี่ยิ่งเห็นชัดมากๆ หลังจากนั่งงงๆ อยู่สักพักก็คิดว่า เอาวะ…ไหนๆ มาแล้ว พี่แอนกดเครื่องคิดเลยมาเลยค่ะ ค่าเสียหายเท่าไหร่ พอเห็นราคาแล้วก็สตั๊นไปพักนึง…อยากรู้ว่าค่าเสียหายเท่าไหร่ รอติดตามต่อตอนท้ายนะคะ

หลังจากตัดสินใจอยู่สักพักและคำนวณค่าใช้จ่ายแล้วว่าพอผ่อนไหวอยู่ เลยตัดสินใจจ่ายเงินทำเรื่องเลยแต่ยังไม่ได้นัดวันผ่าตัด (ไปนอนทำใจก่อนเพราะเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต แอบกลัว)

คำเตือน: จริงๆ การผ่าตัดขนาดนี้เราควรหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อยก่อนตัดสินใจ สเต็ปที่ควรทำคือ

📌 เข้าไปปรึกษาปัญหาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่สนใจ
📌 นัดขอคำปรึกษาจากคุณหมอจริงๆ ที่จะผ่าตัดให้เรา คุยกับคุณหมอว่าตาเรามีปัญหาอะไรบ้าง ต้องทำอะไรยังไง ใช้วิธีไหน
📌 กลับมาศึกษาเพิ่มเติมว่าหมอเป็นใคร เชื่อถือได้ไหม และควรศึกษาดูผลงานของคุณหมอก่อนด้วยว่าเคสก่อนๆ ผ่ามาแล้วเป็นยังไง โดยเฉพาะเทคนิคการผ่าและเย็บแผล เพราะแน่นอนว่าผ่าตัดก็ต้องมีแผลเป็นเนอะ บางคนคุณหมอเย็บไม่ดี แผลไม่สวย เวลาเป็นแผลเป็นจะเห็นชัดมาก หรือกรีดเยอะไปก็เป็นแผลเป็นเยอะเกิน
📌 หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกผ่าที่ไหนกับคุณหมอท่านไหน


ทำไมถึงเลือก SLC Hospital

ตาลเป็นลูกค้าเก่าของ SLC Clinic สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้าอยู่แล้วค่ะ ก่อนหน้านี้เป็นการทำเลเซอร์ขนต่างๆ ที่นี่เป็นคลินิกความงามแห่งแรกที่ตัวเองเดินเข้าไปซื้อคอร์สเองโดยผ่านการดูรีวิวจาก Beauty Blogger ต่างๆ ซึ่งจากการใช้บริการที่ผ่านๆ มา ประทับใจ SLC ทั้งในเรื่องการบริการ ความสะอาด แถมไม่ค่อยโดนขายคอร์สแบบ Hard Sale เหมือนคลินิกอื่นๆ ด้วย (ชอบที่สุด) และผลการใช้บริการก็เป็นที่พึงพอใจทุกครั้ง ทำให้มั่นใจกับ SLC มากๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจไปปรึกษาที่ SLC ก็ไปหารีวิวอ่านมาพอสมควรค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีเยอะมาก คนที่มาแชร์ประสบการณ์ส่วนใหญ่ก็จะเน้นเป็นการศัลยกรรมตาสองชั้น แต่ของเรามีปัญหาถุงใต้ตาซึ่งก็หาอ่านยากเข้าไปใหญ่เลย สาวๆ ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะไปฉีดฟีลเลอร์ใต้ตากันมากกว่า แต่มันก็ไม่ยั่งยืนเนอะ อยู่ได้ 1-1.5 ปีก็ต้องฉีดใหม่


ก่อนการผ่าตัดต้องเตรียมตัวอย่างไร

และแล้วก็ได้ฤกษ์ขึ้นเขียงในวันที่ 6 มิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงหลังโควิดซาแล้วสักระยะหนึ่ง ก่อนเข้าห้องผ่าตัดก็ต้องมีการเตรียมตัวกันนิดนึง ซึ่งมีคำแนะนำจากพี่แอนดังนี้ค่ะ

✘ การงดทานอาหารเสริมและยาพวกยาแก้ปวดต่างๆ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนดีเกินไป เวลาผ่าเลือดจะไหลเยอะเป็นพิเศษ 555 เพราะฉะนั้นงดก่อนนะจ๊ะ ส่วนเราไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้กินอาหารเสริมใดๆ

✘ วันที่ผ่าตัดไม่ควรขับรถมาเอง เพราะเราผ่านตัดเกี่ยวกับตาเนอะซึ่งมันทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อาจะเกิดอุบัติเหตุได้ เราเลยติดสินบนเพื่อนมารับหลังผ่าตัดเสร็จ

✔ อันนี้แนะนำส่วนตัวคือควรสระผมไปก่อนเข้าผ่าตัด เพราะหลังผ่าตัดแล้วแผลไม่ควรโดนน้ำประมาณ 7 วัน ยังไงสระผมเองไม่ได้แน่นอน

✔ ทำใจ 555 (อันนี้บอกตัวเอง)

สิ่งที่ตลกสำหรับตัวเองอีกเรื่องนึงคือ ก่อนวันผ่าตัด 3-4 วันเพิ่งนึกได้ว่าเรายังไม่รู้เลยนี่หว่าว่าจะฝากชีวิตไว้กับหมอคนไหน ** ย้ำอีกครั้งว่าไม่ควรทำตามนะคะ ** เลยทักไปถามพี่แอนว่า สรุปหนูได้ผ่ากับหมอคนไหนคะ พี่แอนบอกว่า เป็นหมอเต้ ด้านจักษุฯ นะคะ ชื่อเต็มๆ ของคุณหมอคือ นพ. ณัฐพล โภคาวัฒนา ทีนี้ก็ได้ฤกษ์ (สักที) ในการค้นคว้าเพื่อให้กำลังใจตัวเองนิดนึงว่าหมอเป็นใคร เลยเอาชื่อคุณหมอไปเสิร์ชใน Google ก็ได้ความว่าหมอเต้เป็นอาจารย์หมออยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถีด้วย แล้วก็มีตรวจที่โรงพยาบาลเปาโลเหมือนกัน ส่วนที่ ​SLC Hospital เป็นแพทย์ประจำดูแลเรื่องการศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง ทีนี้ก็สบายใจขึ้นละ


ขั้นตอนและวิธีการผ่าตัด

วันที่ผ่าตัดตาลมีนัดกับพี่แอนที่ SLC Hospital ที่ทองหล่อ (เคสผ่าตัดทุกเคสของ SLC ต้องมาผ่าที่ทองหล่อนะคะ) เวลา 11.30 น. หลังจากมาถึงแล้วพี่แอนก็พาขึ้นไปที่ชั้น 2 ให้ไปล้างเครื่องสำอางและใส่หมวกคลุมผมเพื่อถ่ายรูปก่อนผ่าตัด จากนั้นก็ออกมารอพบคุณหมอหน้าห้องตรวจ

วันนี้บรรยากาศที่โรงพยาบาลคึกคักมาก ไม่แน่เชื่อว่าเพิ่งผ่านโควิดไปไม่นานคนยังมาเยอะขนาดนี้ ที่นั่งรอหมอเต็มหมดเลย เมื่อคุณหมอมาถึงก็เข้าไปพบคุณหมอเพื่อให้ดูเคสว่าต้องผ่าอะไรยังไงบ้าง คุณหมอก็เอาไม้มาดันตาให้ดูว่ายกขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้พอไหม แล้วเราอยากได้ตาแบบไหน เราบอกคุณหมอว่าไม่มีแบบที่อยากได้ค่ะ เอาที่คุณหมอคิดว่าเหมาะกับหน้าหนูเลย แต่ขอแค่ดูเป็นธรรมชาติพอ ไม่ต้องเป๊ะปังอลังการมาก คุณหมอก็ถามเพิ่มว่าอยากได้ตาโตขึ้นด้วยไหม ตอบทันทีว่าเอาค่าาาา จัดมาเลย คุณหมอเลยสรุปให้ว่าสิ่งที่ต้องผ่าวันนี้คือ

➜ แก้ไขกล้ามเนื้อตา
➜ ทำตาสองชั้น
➜ ตัดถุงใต้ตา
➜ จัดเรียงไขมันใต้ตา (เพิ่ม)

OMG! มันยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดไว้ จากตอนแรกที่เข้ามาเพราะต้องการตัดถุงใต้ตาอย่างเดียว ตอนนี้กลายเป็น 4 อย่าง แล้วเพิ่งรู้ตัวในวันที่ผ่าว่าพอแก้ไขกล้ามเนื้อตาก็เท่ากับโดนบังคับทำตาสองชั้นใหม่ด้วย เพราะยังไงก็ต้องทำอยู่ดี (เดิมเป็นคนมีชั้นตาอยู่แล้ว แต่หลบใน) ส่วนจัดเรียงไขมันใต้ตาคุณหมอแนะนำให้ทำเพราะต้องเติมร่องตรงถุงใต้ตาที่ผ่าออกให้เต็ม ตาจะได้ไม่ดูโบ๋

พอเดินออกมาจากห้องตรวจก็ต้องมาตกลงเรื่องราคากันอีกครั้งเพราะต้องชำระเพิ่มค่าจัดเรียงไขมันใต้ตา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตาลแนะนำให้เพื่อนมาพบคุณหมอตั้งแต่ทีแรก เราจะได้ทราบเลยทีเดียวว่าสรุปมันต้องทำอะไรบ้างแล้วจ่ายทีเดียว

หลังจากเคลียร์ค่าใช้จ่ายเสร็จเจ้าหน้าที่ก็นำยาแก้ปวด 2 เม็ด กับยาแก้อักเสบมาให้กินรอก่อนผ่าตัดและรอคุณหมอตรวจคนไข้อีกชุดนึง เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็พาขึ้นไปที่ห้องผ่าตัด เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็เอาของไปฝากไว้ในล็อคเกอร์และใส่รหัสของเราไว้

ได้เวลาขึ้นเขียงแล้ว!! เป็นสิ่งที่กลัวที่สุดในการผ่าตัดคือกลัวเจ็บ 555 แต่ก็อยากสวยอ่ะ ระหว่างทางมาห้องผ่าตัดทั้งพี่แอน เจ้าหน้าที่ คุณพยาบาลก็คอยให้กำลังใจต่างๆ นาๆ เจ็บนิดเดียวตอนฉีดยาชา หลังจากนั้นก็สบายแล้ว ไม่รู้สึกอะไร ไปฉีดวัคซีนยังเจ็บกว่าอีก ฟังแล้วก็เหมือนจะสบายใจ พอมานอนบนเตียงแล้วเจอคุณหมอ สิ่งแรกที่พูดเลย หมอคะ หนูกลัว ไม่เคยผ่าตัดมาก่อน หมอก็ปลอบใจเหมือนทุกคนว่าเจ็บนิดเดียว แล้วก็เปิดเพลงฟังสบายใจ คือหมอชิวมาก แต่เราใจไม่เป็นสุขแล้ว ไม่มีอารมณ์ดื่มด่ำกับเพลง 555

ทีนี้เข้าเรื่องจริงจัง เดี๋ยวจะเล่าขั้นตอนการทำงานของคุณหมอกับพยาบาลนะคะ

🔸 คุณหมอเอาปากกามาร์กเกอร์มาวัดจุดว่าต้องผ่าอะไรตรงไหนบ้างแล้วเอากระจกมาให้เราดูว่าประมาณนี้โอเคไหม ใช้เวลาวัดๆ เขียนๆ ที่ตาอยู่ประมาณ 20 นาที

🔸 เริ่มฉีดยาชา โดยจะเริ่มจากการแก้ไขกล้ามเนื้อตาด้านบนก่อน ขอบอกแบบไม่โกหกว่าเจ็บจริง 555 แล้วตาข้างนึงไม่ได้ฉีดจุดเดียวนะ ฉีด 2-3 จุดต่อกัน TT เราก็ใช้วิชาหายใจเข้าลึกๆ เวลาคุณหมอจิ้มเข็มลงไปแต่ยังไม่ส่งเสียง พอทนได้ หลังจากฉีดเสร็จพยาบาลก็มาคลึงเบาๆ ให้ยาชากระจายไปทั่วเปลือกตา ผ่านไปสัก 5 นาที คุณหมอก็เอาคีมมาหนีบหนังตาแล้วถามว่ารู้สึกไหม ซึ่งตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรแล้ว จากนั้นก็ได้เวลาลงมีด

🔸 คุณหมอกรีดที่หนังตา รู้สึกนะว่ามีอะไรมากรีด แต่ไม่มีความเจ็บ คุณพยาบาลก็คอยซับเลือดอยู่ข้างๆ แล้วก็จะบอกให้เราลืมตา หลับตาสลับกันไป ได้กลิ่นไหม้เป็นระยะ ข้างนึงใช้เวลาประมาณ 30 นาที พอข้างแรกใกล้เสร็จก็มาฉีดยาชาข้างที่ 2 รอ เจ็บอีกแล้วววว 555

🔸 ระหว่างผ่าคุณหมอคอยเติมยาชาให้ตลอดนะคะ แต่ตอนเติมไม่รู้สึกอะไรแล้ว

🔸 พอผ่าครบ 2 ข้างคุณหมอก็เย็บแผล รู้สึกได้เลยเพราะรับรู้ถึงแรงดึงไหมที่ตา แต่ไม่เจ็บ

🔸 ทีนี้ย้ายลงมาจัดการถุงใต้ตาด้านล่าง อันนั้นคือที่สุดของความเจ็บในการผ่าตัดครั้งนี้ เพราะเป็นการผ่าตรงหัวตาและซ่อนแผลไว้ด้านใน เพราะฉะนั้นจุดที่ฉีดยาชาคือ หัวตานั่นเอง แล้วด้วยความที่หัวตามันเป็นแค่เนื้อเยื่ออ่อนๆ เพราะฉะนั้นมันเจ็บมากกกกกก เจ็บจนต้องร้องอื้อๆ ออกมา หมอก็บอกว่านิดเดียวนะๆ และเหมือนเดิม ฉีด 2 จุดจ้า นาทีนี้น้ำตาไหลจริงจัง พอยาชาออกฤทธิ์คุณหมอก็ผ่าๆ เย็บๆ ดึงๆ รู้สึกได้ แต่ไม่เจ็บแล้ว ระหว่างผ่าก็มีการหยอดยาชาในตาให้ด้วยนอกจากการฉีด

🔸 พอย้ายมาอีกข้าง จุดสุดท้ายแล้ว คราวนี้เหมือนความอดทนในความเจ็บไม่เหลือแล้ว ตอนคุณหมอจิ้มเข็บเข้าไปข้างนี้ ร้องโอ๊ยๆๆ เลย คุณหมอเลยบอกว่าพอแล้วๆ ฉีดรอบเดียวพอ จากนั้นก็เริ่มผ่า แต่ด้วยความที่ฉีดรอบเดียวนี้เหมือนทำให้ยาชามีไม่พอระงับความเจ็บ มันรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ตลอดเวลาผ่าเลย

🔸 ในที่สุดเวลาแห่งความทรมานก็ผ่านไป เสร็จผ่าเสร็จเรียบร้อย คุณพยาบาลก็พยุงตัวขึ้นแล้วก็พาไปนั่งเก้าอี้เพื่อถ่ายรูป ตอนนี้รู้สึกเป็นเซเลปเบาๆ ทั้งคุณหมอและคุณพยาบาลก็มารุมถ่ายรูปตากันใหญ่ แต่ตัวเรานี่ลืมตาไม่ขึ้นแล้วเพราะเบลอยาชา น้ำตาคลอเบ้าเบาๆ

🔸 จากนั้นก็มานอนพิงโซฟาด้านนอกเพื่อประคบเจลเย็นประมาณ 10 นาที แล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปรับยาด้านล่าง

รวมเวลาในการผ่าตัดทั้งหมด 3 ชั่วโมงจ้า


การดูแลหลังผ่าตัด

หลังผ่าเสร็จจะมีเจ้าหน้าที่อุปกรณ์ต่างๆ มาให้ ประกอบด้วยแผ่น

เจลประจบอุ่น-เย็น (ซื้อเพิ่มแผ่นละ 250 บาท) เราซื้อ 2 แผ่นใช้สลับกัน
ยาต่างๆ ได้แก่ ยาแก้ปวด (กินเฉพาะเวลารู้สึกปวด) ยาฆ่าเชื้อ ยาลดบวม ขี้ผึ้งทาแผล และคุณหมอคงเห็นว่าเรากลัวและเจ็บตอนผ่าเลยกลัวว่าคืนนั้นจะนอนไม่หลับ เลยสั่งยาคลายเครียดมาให้ด้วย 1 เม็ด
อุปกรณ์ล้างแผล 1 ชุด พอดีสำหรับ 7 วัน ประกอบด้วย น้ำเกลือ คอตตอนบัด และผ้าก็อต
ใบนัดมาตัดไหมอีก 7 วัน
ใบคำแนะนำหลังการผ่าตัด

ทีนี้มาดูกันว่าเราต้องดูแลตัวเองยังไงบ้างหลังการผ่าตัดนะคะประคบเย็นให้บ่อยที่สุดใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นประคบอุ่นต่ออีก 2-3 วัน

นอนบนหมอนสูง
เช็ดทำความสะอาดแผลเช้า-เย็น แต่ห้ามถูแรง หรือ แกะเกา
ห้ามขยี้ตา
ใส่แว่นตลอดเวลาออกไปโดนแดด โดนฝุ่น
ทานยาให้ครบ
งดใส่คอนแทคเลนส์ 1-2 สัปดาห์
งดแต่งหน้าและทาอายแชโดว์ 1-2 สัปดาห์
งดให้แผลโดนน้ำ 7 วัน ถ้าหากโดนให้รีบซับน้ำออกทันที เพราะฉะนั้น เช็ดหน้าได้รอบๆ แผล ล้างไม่ได้ สระผมก็ต้องไปสระที่ร้านทำผม

Day 0:

มีอาการตาเบลอเพราะยาชาเล็กน้อย + น้ำตาไหลเกือบตลอดเวลา ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พาเพื่อนไปกินชาบูต่อได้ 555 กลับมาบ้านยังนั่งรีดผ้าอยู่เลย คืนแรกหลังการผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น หลับสบายปกติ ไม่มีอาการปวดจนนอนไม่ได้ มันเพลียมากกว่า เลยหลับไม่รู้เรื่องเลย ยาคลายเครียดที่คุณหมอสั่งมาก็ไม่ได้ทาน ยาแก้ปวดกินกันไว้ 2 เม็ดหลังอาหารเย็น แต่มีปัญหานิดนึงตอนทำความสะอาดแผลเพราะปกติเป็นคนกลัวเลือดอยู่แล้ว พอต้องมาเช็คแผลแล้วเห็นเลือดที่แห้งติดแผลอยู่ มีอาการหน้ามืดเบาๆ 555 แต่ก็แข็งใจเช็ดจนเสร็จแล้วก็นอน

Tips: ถ้ามีเลือดแห้งติดที่แผล ให้เอาน้ำเกลือเทใส่ผ้าก็อตชุ่มๆ หน่อย แล้วโปะไว้ที่แผลพักนึง แล้วค่อยเอาคอตตอนบัตเช็ดออกเบาๆ มันจะออกง่ายแล้วไม่เจ็บ

Day 1:

ตื่นเช้ามาลืมตาไม่ขึ้น เพราะน้ำเหลือง (น่าจะใช่) มันแห้งกรังบนตาทั้งสองข้างเลย แต่พอจะหรี่ๆ ได้นิดนึง เลยเอาผ้าก็อตชุบน้ำเกลือโปะทิ้งไว้แล้วค่อยๆ เช็ดออก ไม่มีอาการปวดแผลใดๆ ใช้ชีวิตปกติดี วันนี้มีนัดไปที่ SLC Clinic ที่ปิ่นเกล้าเพื่อไปฉีดยาลดบวม (ฉีดฟรี) เลยขับรถไปเลยคนเดียว (บอกแล้วว่าปกติ) พอเห็นเข็มแล้วก็ขยาดนิดหน่อยเพราะเมื่อวานโดนไปหลายเข็ม 555 คุณหมอที่เข้าเวรประจำคลินิกมาฉีดยาให้ค่ะ ฉีดเข้าตรงข้อพับประมาณ 1 นาทีก็เสร็จแล้วจ้า

Day 2-6:

ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่ตาเหมือนโดนต่อย 555 ไปทำงาน ขึ้นรถเมล์ มอเตอร์ไซค์รับจ้างปกติเลย แต่ต้องใส่แว่นตลอดเวลากันลม เวลาออกแดดก็กางร่มกลัวแผลดำ

Day 7:

เนื่องจากมีนัดไปตัดไหมที่โรงพยาบาลในวันถัดไป เลยถ่ายรูปให้พี่แอนดูว่าแผลเป็นยังไงบ้าง แต่พี่แอนบอกว่าแผลยังไม่แห้งดี ขอเลื่อนตัดไหมไปอีกหนึ่งวัน

Day 9:

วันนี้ไปตัดไหมแล้วค่า ใช้เวลาไม่นาน เจ็บนิดดดดดดเดียว น้ำตาซึมหน่อยๆ 😂 เสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปอัพเดทผลการรักษา

Month 2:

ผ่านมาแล้ว 2 เดือน ตายังมีบวมๆ อยู่นิดๆ แต่ก็เริ่มเข้าที่ดีแล้ว แผลผ่าตัดเริ่มจางลง ต้องนวดๆ คลึงๆ หน่อย เพื่อนๆ คนรู้จักเริ่มชมว่าหน้าดูหวานขึ้น แต่ทุกคนก็ดูรู้ว่าไปผ่าตามานะ เพราะหน้าเปลี่ยน 555 เลยชอบเล่นมุกกับเพื่อนว่า “รู้ได้ไง! อุตส่าห์บอกหมอว่าขอธรรมชาตินะเนี่ย 555” เวลาแต่งตาทาอายแชร์โดมีความสุขขขข~ เพราะทาแล้วเห็นความสวยงามของสีที่ทาไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนตาหลบใน ทาไปก็ไม่ค่อยเห็น


สรุปค่าใช้จ่าย

📌 แก้ไขกล้ามเนื้อตา  30,000 บาท
📌 ทำตาสองชั้น  27,000 บาท
📌 ตัดถุงใต้ตา  35,000 บาท
📌 จัดเรียงไขมันใต้ตา  15,000 บาท

รวม 107,000 บาท

อนุญาตให้ช็อคได้ 555 เพราะเราช็อคเหมือนกันตอนรู้ราคา แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีปัญหาเหมือนเรานะ เห็นคนอื่นเขาแก้กันทีละอย่าง อีนี่เจ็บตัวรอบเดียวทำทุกอย่าง ราคามันเลยช็อคขนาดนี้


สรุปสุดท้ายก่อนจบการรีวิวอันยาวนานนี้ อยากบอกว่าเงินที่เสียคุ้มค่ามากจริงๆ เราพอใจกับผลการผ่าตัดแม้ว่ามันจะไม่ได้ธรรมชาติถึงขนาดว่าดูไม่ออกว่าไปทำตามา เพราะทุกคนที่เจอหน้าทักหมดว่าไปทำตามาหรอ 555 แต่มันทำให้หน้าตาเราดูสดใส หน้าหวานขึ้น ดูเด็กลง และวิสัยการมองกว้างขึ้นนิดนึง

ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจไปศัลยกรรมที่ SLC เราแนะนำจริงๆ จ้า ไม่ได้อวยเพราะเขาจ้างมานะ แต่อวยเพราะมันดีจริง บริการดีตั้งแต่พนักงานรับรถจนถึงคุณหมอเลย ส่วนใครยังไม่รู้ว่าจะติดต่อเจ้าหน้าที่คนไหน ติดต่อพี่แอนก็ได้จ้า พี่แอนสวยและใจดีมาก 555

Facebook: Ann Slc
Line ID: ann_slc
โทร. 064-4245645

ป.ล. ใครติดต่อพี่แอนบอกพี่แอนได้เลยว่าอ่านรีวิวของตาลมา

วันนี้ไปแล้วจ้า ถ้ารีวิวมันยืดยาวไปหน่อยก็ขออภัยด้วยนะคะ เพราะอยากเก็บรายละเอียดให้ครบสำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก ใครมีคำถามหรือข้อสงสัยตรงไหนสามารถคอมเม้นมาได้เลยนะคะ ถ้าอันไหนตอบได้จะมาตอบให้จ้า หรือถ้าใครที่เคยทำมาแล้วและมีคำแนะนำเพิ่มเติมที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆ คนอื่นทราบก็บอกกันมาได้นะจ๊ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: